มาทำความรู้จักไดชาร์จ ให้มากขึ้นกว่าเดิม

22 พฤศจิกายน 2561   6896

บางคนอาจ เข้าใจผิดว่าหน้าที่ไดชาร์จมีหน้าที่แค่ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในรถยนต์จะใช้ไฟจากไดชาร์จเป็นหลัก ซึ่งทางความหมายที่แท้จริง เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในรถยนต์ โดยใช้กำลังเครื่องยนต์หมุนผ่านสายพาน สรุปง่ายๆ คือเครื่องปั่นไฟนั้นเอง และสามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ด้วย และเมื่อไรที่ไดชาร์จมีปัญหา เมื่อเหลือแบตเตอรี่จ่ายไฟฟ้าเพียงลำพังโดยไม่มีการชาร์จไฟเข้า ส่งผลให้แบตเตอรี่ จะค่อย ๆ ไฟอ่อนลงเรื่อยๆ จนไม่เหลือพอสำหรับจ่ายในระบบและเครื่องยนต์จึงทำให้เครื่องดับ

ถ้าไดชาร์จมีปัญหา ไดชาร์จเสีย หรือชาร์จไม่พอ เราจะสังเกตได้อย่างไร มีไฟเตือน เป็นรูปแบตเตอรี่โชว์บนหน้าปัด ให้พยายามลดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เหลือไฟพอเลี้ยงระบบสำคัญต่าง ๆ ให้เครื่องยนต์ทำงานต่อไปได้ และรีบนำรถเข้าตรวจเช็คกับศูนย์บริการหรือร้านอู่ไดชาร์จไดนาโม

วิธีตรวจเช็คไดชาร์จด้วยตัวเองแบบเบื้องต้นมีขั้นตอนดังนี้ครับ

  1. ติดเครื่องยนต์ เดินรอบเครื่องเบา
  2. เปิดอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าในรถ แอร์ วิทยุ จอมินิเตอร์ ไฟหน้าไฟตัดหมอก

ในกรณีที่มีมัลติมิเตอร์
ปรับโหมดการวัดไปที่ แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง โดยให้ ปลายสายมัลติมิเตอร์ สีแดงต่อเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่ ปลายสายสีดำต่อเข้าขั้วลบของแบตเตอรี่ โดยปกติที่รอบเดินเบาแรงดันไฟฟ้าที่ไดชาร์จ ขณะเปิดโหลดจะอยู่ที่ 13.6-14.8โวล์ท แต่ถ้าน้อยกว่า 13.2 โวล์ท แต่ยังไม่ขึ้น ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่หรือโชว์เป็นครั้งนาน ๆ ครั้ง จะส่งผลเสียให้แบตเตอรี่ ให้มีอายุสั้นลงเพราะฉะนั้นอย่างนิ่งนอนใจ ในทางกลับกัน สูงมากเกินไปถึง 16 โวล์ท จะทำให้ระบบไฟในรถอาจทำให้วงจรภายใน อาจไหม้ หรือเสียหายได้

ในกรณีที่ไม่มีมัลติมิเตอร์
ห้สตาร์ทเครื่องและเปิดฝากระโปรงถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออก ถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับ แสดงว่าไดชาร์จยังทำงานอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถบอกแรงดันกระแสไฟฟ้าของรถว่ามีปัญหาหรือไม่

สำหรับใครบางคนอาจเป็นเรื่องไม่ค่อยสำคัญนัก ไว้ค่อยแก้ทีหลัง ถ้าเกิดเราจะใช้รถในตอนฉุกเฉินแล้วรถดันสตาร์ทไม่ติดจะแย่เอานะครับ เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูแลสังเกตไดชาร์จกันด้วยนะครับ

=